• เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติความเป็นมาของบริษัท

ประวัติความเป็นมาของบริษัท

  1. มกราคม

    • ติดตั้งหม้อผลิตไอน้ำซึ่งสามารถใช้เชื้อเพลิง RDF เพิ่มอีก 1 เครื่อง ที่โรงไฟฟ้า WH-40MW แล้วเสร็จ โดยนำหม้อผลิตไอน้ำดังกล่าวมาใช้งานร่วมกับหม้อผลิตไอน้ำเดิม เพื่อเพิ่มปริมาณไอน้ำและรักษาระดับอัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้า ในกรณีที่ปริมาณไอน้ำจากหม้อผลิตไอน้ำซึ่งใช้พลังความร้อนทิ้งลดลงอันสืบเนื่องมาจากการหยุดการดำเนินงานของโรงปูนซีเมนต์ของบมจ. ทีพีไอ โพลีน
    • เข้าทำสัญญาว่าจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบการนำความร้อนทิ้งจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ของ บมจ. ทีพีไอ โพลีน ที่โรงไฟฟ้า WH-30MW ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณความร้อนทิ้งในรูปของก๊าซร้อนที่ได้รับจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ของ บมจ. ทีพีไอ โพลีน และจะทำให้โรงไฟฟ้า WH-30MW มีอัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้าดีขึ้น โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2560
    • บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานซึ่งมีมติขยายระยะเวลาลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างบริษัทฯ กับ กฟผ. ออกไปสำหรับโรงไฟฟ้า RDF-100MW โดยให้บริษัทฯ ดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ภายในวันที่ 7 กันยายน 2560 และเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 กฟผ. ได้มีหนังสือถึงบริษัทฯ เพื่อรับทราบมติดังกล่าวของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและแจ้งให้บริษัทฯ ดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในวันที่ 7 กันยายน 2560

    มีนาคม

    • บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 2,500 ล้านหุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 7 บาท คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวม 17,500 ล้านบาท ในระหว่างวันที่ 22 – 29 มีนาคม 2560

    เมษายน

    • หุ้นสามัญของบริษัทฯ เริ่มทำการซื้อขายหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 5 เมษายน 2560
    • บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัท TPI Polene Power Investment Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศกัมพูชาด้วยทุนจดทะเบียน 125,000 เหรียญสหรัฐ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 49 และมีผู้ร่วมทุนฝ่ายกัมพูชาถือหุ้นร้อยละ 51 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศกัมพูชา
    • บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ได้มีมติให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนขนาด 40 เมกะวัตต์ (TG 7) ของบริษัทฯ เรียบร้อยแล้ว

    พฤษภาคม

    • บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2560 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท

    กรกฎาคม

    • บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ได้มีมติให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงขนาด 70 เมกะวัตต์ (TG 6) ของบริษัทฯ เรียบร้อยแล้ว
    • บริษัทฯ ได้ซื้อหุ้นบริษัท TPI Polene Power Investment Company Limited (“TPIPPI”) จากผู้ร่วมทุนฝ่ายกัมพูชาจำนวน 510 หุ้น หรือร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ TPIPPI ภายหลังการซื้อหุ้นเพิ่มดังกล่าว ได้ส่งผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นเป็นจำนวน 1,000 หุ้น หรือ ร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ TPIPPI

    สิงหาคม

    • บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) ประเภทสัญญา Non-Firm ปริมาณพลังงานไฟฟ้าตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2560 โดยมีวันกำหนดเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า (SCOD) ในวันที่ 2 ตุลาคม 2560
    • บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2560 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท

    กันยายน

    • บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ได้มีมติให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ (EHIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนขนาด 150 เมกะวัตต์ (TG 8) ของบริษัทฯ เรียบร้อยแล้ว
  2. มกราคม

    • จำหน่ายหุ้นที่เหลือใน บมจ. ทีพีไอ โพลีน ที่บริษัทฯ ถืออยู่จำนวน 163,540 หุ้น เพื่อขจัดการถือหุ้นไขว้ระหว่างบริษัทฯ กับ บมจ. ทีพีไอ โพลีน
    • เข้าทำสัญญาว่าจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน-RDF 70MW
    • เริ่มดำเนินการเพื่อขยายกำลังการผลิตเชื้อเพลิง RDF จากเดิมมีกำลังการผลิต 2,000 ตันต่อวันเป็น 3,000 ตันต่อวัน
    • โรงไฟฟ้า WH-30MW เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ บมจ. ทีพีไอ โพลีน

    กุมภาพันธ์

    เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 150MW ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560

    กันยายน

    เข้าทำสัญญาว่าจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับการติดตั้งหม้อผลิตไอน้ำซึ่งใช้เชื้อเพลิง RDF เพิ่มเติม จำนวน 2 เครื่อง เพื่อใช้เป็นหม้อผลิตไอน้ำสำรองสำหรับโรงไฟฟ้า RDF-60MW และโรงไฟฟ้า RDF-70MW ในกรณีที่มีการหยุดซ่อมบำรุงหม้อผลิตไอน้ำของโรงไฟฟ้าทั้งสองโรงดังกล่าว รวมถึงใช้หม้อผลิตไอน้ำสำรองข้างต้นในการผลิตไอน้ำเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างเต็มกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้า โดยคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2561

    ธันวาคม

    ติดตั้งหม้อผลิตไอน้ำซึ่งใช้เชื้อเพลิง RDF เพิ่มอีก 1 เครื่อง ที่โรงไฟฟ้า RDF-20MW แล้วเสร็จ โดยนำหม้อผลิตไอน้ำดังกล่าวมาใช้งานร่วมกับหม้อผลิตไอน้ำเดิม เพื่อเพิ่มปริมาณไอน้ำและรักษาระดับอัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้า ในกรณีที่ปริมาณไอน้ำลดลงอันสืบเนื่องมาจากการหยุดการดำเนินงานของโรงปูนซีเมนต์ของบมจ. ทีพีไอ โพลีน หรือการหยุดบำรุงรักษาหม้อผลิตไอน้ำซึ่งใช้เชื้อเพลิง RDF ตามกำหนดเวลา

  3. มกราคม

    • โรงไฟฟ้า RDF-20MW เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. โดยบริษัทฯ โอนหน่วยผลิตไฟฟ้า 1 หน่วยจากโรงไฟฟ้า WH-40MW ที่เดิมมีจำนวนหน่วยผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น 3 หน่วยไปยังโรงไฟฟ้า RDF-20MW ด้วยเหตุนี้ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้า WH-40MW จึงลดลงจากเดิม 60 เมกะวัตต์ เหลือ 40 เมกะวัตต์
    • เข้าทำสัญญาว่าจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า RDF-70MW

    กรกฎาคม

    เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้า RDF-70MW

    สิงหาคม

    • โรงไฟฟ้า RDF-60MW เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ.
    • เข้าทำสัญญาว่าจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 150MW

    กันยายน

    ดำเนินการปรับโครงสร้างบริษัท โดยการจำหน่ายทรัพย์สินและหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจหลักของบริษัทฯ

    ธันวาคม

    • จำหน่ายทรัพย์สิน สิทธิ ผลประโยชน์ และภาระผูกพันที่เกี่ยวเนื่องกับสัมปทานปิโตรเลียม
    • จำหน่ายหุ้นใน บมจ. ทีพีไอ โพลีน ที่บริษัทฯ ถืออยู่จำนวน 200,000,000 หุ้น เพื่อขจัดการถือหุ้นไขว้ ระหว่างบริษัทฯ กับ บมจ. ทีพีไอ โพลีน
  4. พฤศจิกายน

    • เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญาจำนวน 18 เมกะวัตต์ ที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้า RDF-20MW ให้แก่ กฟผ.
    • ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาตอบรับซื้อไฟฟ้าจาก กฟผ. ให้จำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 90 เมกะวัตต์ ที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้า RDF-100MW ให้แก่ กฟผ.
  5. พฤศจิกายน

    เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญาจำนวน 55 เมกะวัตต์ ที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้า RDF-60MW ให้แก่ กฟผ.

  6. มกราคม

    เริ่มดำเนินงานสถานประกอบการผลิตเชื้อเพลิง RDF

  7. มกราคม

    ขยายกิจการไปสู่ธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (NGV) โดยมีการให้บริการก๊าซธรรมชาติ (NGV) ในบริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเดิมของบริษัทฯ จำนวน 1 แห่ง

    มิถุนายน

    เริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้า WH-40MW และจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ บมจ. ทีพีไอ โพลีน โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวเดิมประกอบด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้าจำนวน 2 หน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งหน่วยละ 20 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 40 เมกะวัตต์

    สิงหาคม

    ขยายกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้า WH-40MW โดยติดตั้งหน่วยผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีก 20 เมกะวัตต์จากกำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 60 เมกะวัตต์


    ธันวาคม

    • เพิ่มการให้บริการก๊าซธรรมชาติ (NGV) ในบริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเดิมของบริษัทฯ จำนวน 2 แห่ง
    • เริ่มก่อสร้างสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 1 แห่ง
  8. มิถุนายน

    ขยายกิจการไปสู่ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเข้าซื้อสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 11 แห่งจากบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

    ธันวาคม

    เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้า WH-40MW เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้า WH-40MW ให้แก่ บมจ. ทีพีไอ โพลีน

  9. มิถุนายน

    เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการพลังงานและสาธารณูปโภคเป็นหลัก

  10. พฤศจิกายน

    บริษัทฯ จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มเลี่ยวไพรัตน์ ภายใต้ชื่อ บริษัท ทีพีไอ ไนลอน จำกัด